7 ประเทศที่มีประชากรกว่า 1,700 ล้านคน ล่าสุดผนึกกำลังเอกชนบังกลาเทศ เซ็นสัญญากับ Bengal Oceanic Limited และบริษัท สวิฟท์ ซี ชิปปิ้ง ไลน์ส ร่วมพัฒนาเครือข่ายการขนส่งในอ่าวเบงกอล ซึ่งสามารถร่นระยะเวลาขนส่งเหลือเพียง 4 วัน เมื่อเทียบกับการขนส่งจากแหลมฉบังอ้อมช่องแคบมะละกาที่ใช้เวลาถึง 15 วัน ช่วยลดต้นทุนให้ลูกค้าผู้ใช้บริการได้อย่างมาก พร้อมวางแผนในอนาคตเพื่อขยายเส้นทางขนส่งให้ครอบคลุมท่าเรือโคลัมโบ (ศรีลังกา) ท่าเรือเชนไนและกอลกาตา (อินเดีย) ท่าเรือย่างกุ้ง (เมียนมา) และท่าเรือมองกลา (บังกลาเทศ)
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 บริษัท FK Line International Group Co., Ltd. ได้จัดพิธีลงนามในสัญญาแต่งตั้งตัวแทนสายเรือ ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย โดยมีการลงนาม 2 สัญญาหลัก ได้แก่ สัญญาแต่งตั้งตัวแทนประจำท่าเรือ (Port Agent) ระหว่าง FK Line และ Bengal Oceanic Company Limited เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบการจองช่วงเวลาเข้าเทียบท่า (Berthing Slot) ตลอดจนประสานงานกับท่าเรือจิตตะกองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสัญญาแต่งตั้งตัวแทนขาย (Sales Agent) กับ Swift Sea Shipping Line Company Limited เพื่อให้เป็นตัวแทนด้านการขาย การตลาด และการให้บริการแก่ลูกค้าในบังกลาเทศ ภายในงานยังมีการแถลงข่าวเปิดเส้นทางเดินเรือ FK Line อย่างเป็นทางการ โดยมี H.E. Mr. Andalib Elias เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย ให้เกียรติร่วมงานและกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้บริหารของทั้งสามบริษัท
H.E. Mr. Andalib Elias เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า บังกลาเทศสนับสนุนการค้าทางทะเลและความร่วมมือด้านการเดินเรือกับไทยมาอย่างยาวนานนับพันปี การเปิดเส้นทางเดินเรือโดยตรงระหว่างท่าเรือระนองและท่าเรือจิตตะกอง (Chattogram) จะช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งอย่างมหาศาล จากเดิมที่ต้องใช้เวลาประมาณ 14 วันเนื่องจากต้องผ่านกระบวนการถ่ายลำเรือ (Transshipment)
นอกจากนี้ รัฐบาลบังกลาเทศยังมีความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานบริเวณท่าเรือ โดยปัจจุบันมีท่าเรือหลักคือท่าเรือจิตตะกอง ท่าเรือแห่งที่สองที่มองกลา (Mongla) ท่าเรือไพรา (Payra) และกำลังดำเนินการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกมาทาร์บาริ (Matarbari) ซึ่งทั้งหมดนี้มีการบริหารจัดการที่สอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน
ทางด้านนายประจักศ์ศิลป์ แพทย์ยานนท์ ประธานบริษัท FK Line International Group เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าระหว่างไทยและกลุ่มประเทศสมาชิก BIMSTEC โดยเริ่มต้นที่เส้นทางท่าเรือระนองถึงท่าเรือจิตตะกองเป็นเส้นทางแรกในปี 2569 เส้นทางดังกล่าวให้บริการด้วยเรือ M/V H7 SFC1 ซึ่งเป็นเรือบรรทุกตู้สินค้าประเภท Geared Full Cellular Container Ship ขนาดความจุ 610 TEU ใช้ระยะเวลาเดินเรือประมาณ 4 วัน และมีความถี่ในการให้บริการประมาณ 3 เที่ยวต่อเดือน การเปิดเส้นทางนี้จะเป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาขนส่ง เพิ่มความแน่นอนในการวางแผนด้านโลจิสติกส์ และสนับสนุนการขยายตัวทางการค้าระหว่างไทยและบังกลาเทศ โดยบริษัทมีแผนขยายเครือข่ายไปยังเมียนมา อินเดีย และศรีลังกา รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาเส้นทางการขนส่งแบบบูรณาการ (Multimodal Transport) ทั้งทางทะเล ทางถนน และทางรางในอนาคต
นางสาวณัฐฐา ธนกิจสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท FK Line International Group Co., Ltd. กล่าวเพิ่มเติมว่า ทีมบริหารเล็งเห็นศักยภาพของท่าเรือระนองในการเชื่อมต่อกับภูมิภาคอ่าวเบงกอล ซึ่งกลุ่ม BIMSTEC มีอัตราการเติบโตของ GDP อยู่ที่ระดับประมาณ 8% บริการของ FK LINE เป็นสายเรือแบบ Direct จาก Port to Port โดยไม่ต้องแวะเปลี่ยนถ่ายเรือ (Transit) ที่สิงคโปร์หรือท่าเรืออื่น ๆ ทำให้สามารถควบคุมกำหนดการและลดระยะเวลาขนส่ง (Lead time) ลงเหลือเพียง 4-5 วัน ซึ่งถือว่าลดเวลาจากเส้นทางเดิมได้มากกว่าครึ่ง
สำหรับตัวแทนในบังกลาเทศ Md. Shakhawat Hossen ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Swift Sea Shipping Lines กล่าวว่า บริษัทเพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่และจะเป็นตัวแทนฝ่ายขายของสายเรือในตลาดบังกลาเทศ โดยมีประสบการณ์ด้านการจัดการดูแลเรือเมื่อเทียบท่า (Port Husbandry) และงานด้านตัวแทนท่าเรือ ในขณะที่ Mr. Arif Rahman กรรมการผู้จัดการบริษัท Bengal Oceanic เปิดเผยว่า บริษัทแม่ (Bengal Airif) มีประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์ยาวนานเกือบ 45 ปี ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1982 ครอบคลุมการจัดการทั้งด้านการบิน การรับจัดการขนส่งสินค้า (Freight Forwarding) คลังสินค้า ไปจนถึงบริการจัดส่งพัสดุด่วน ทีมงานของบริษัทมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับการท่าเรือจิตตะกองและหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ และพร้อมสนับสนุนแผนการขยายตัวสู่ระดับภูมิภาคใน BIMSTEC และไกลกว่านั้นได้อย่างเต็มศักยภาพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อใช้บริการ FK Line International Group Co., Ltd. Website: www.fkline.co.th E-mail: commercial@fkline.co.th Tel: +66 63 229 7915, +66 82 804 1771










No comments:
Post a Comment